คุยกับ AI CTO ฟรี 30 นาที

AI CTO สำหรับ Founder ที่มี Prototype แล้ว

Vibe Coding ได้แล้ว จะ Scale ต่ออย่างไร?

ถ้า Prototype ที่สร้างด้วย Vibe Coding เริ่มติดทุกครั้งที่เพิ่มฟีเจอร์ ผู้ใช้ หรือข้อมูล ให้ AI CTO ช่วยตรวจ Architecture วางทางขึ้น Production และทำ Roadmap สำหรับ Scale โดยต่อจากของเดิมที่คุณสร้างไว้

เราเริ่มจากตรวจ Architecture และของเดิมที่คุณสร้างไว้ ไม่ได้เริ่มด้วยการบอกให้รื้อเขียนใหม่ทั้งหมด

  • เป็น Founder ที่มี Prototype หรือ MVP แล้ว
  • สร้างด้วย Vibe Coding หรือ AI-assisted development
  • กำลังจะขึ้น Production หรือมีผู้ใช้จริงแล้ว
  • ต้องการ Architecture และ Roadmap สำหรับ Scale
  • คุยฟรี 30 นาที
  • ก่อตั้งปี 2018
  • ไม่รื้อของเดิมทิ้ง

ตัวอย่างผลตรวจรอบแรก

  • เสี่ยงสูง ใครก็ตามที่เดาลิงก์ถูก จะเห็นข้อมูลของคนอื่นได้
  • ควรแก้ ยังไม่มีการสำรองข้อมูล ถ้าวันหนึ่งหายคือหายเลย
  • รอได้ บางหน้าช้าลงเมื่อข้อมูลเยอะ แต่ยังไม่ถึงจุดที่กระทบ

ตัวอย่างประกอบคำอธิบาย ไม่ใช่งานของลูกค้าจริง เราเรียงให้ตามความเสี่ยง และบอกด้วยว่าอะไรยังไม่ต้องรีบ

เช็กตัวเอง 30 วินาที

Prototype ของคุณกำลังติดช่วงเปลี่ยนผ่านหรือไม่

ถ้าตรงหลายข้อ ปัญหาอาจไม่ใช่บัคทีละตัว แต่เป็นช่องว่างระหว่าง Prototype กับระบบ Production ที่ต้องพร้อม Scale

  • เพิ่มฟีเจอร์ใหม่แล้วเริ่มกระทบของเดิม
  • ข้อมูลหรือผู้ใช้เพิ่มแล้วระบบช้าลง
  • ยังไม่มีขั้นตอน Deploy, Backup หรือ Monitoring ที่ชัดเจน
  • Founder ยังต้องตัดสินใจเรื่องเทคนิคและแก้ปัญหาเองทุกครั้ง

เหมาะกับ Founder ที่สร้าง Prototype หรือ MVP ด้วย Vibe Coding แล้ว และกำลังจะขึ้น Production หรือเริ่มมีผู้ใช้จริง

จาก Prototype ไปสู่ระบบจริง

จุดที่ Vibe Coding อย่างเดียวเริ่มไม่พอ

Vibe Coding ช่วยให้สร้างและทดสอบไอเดียได้เร็ว แต่เมื่อระบบต้องรับผู้ใช้ ข้อมูล และการเปลี่ยนแปลงจริง Architecture ต้องถูกมองเป็นภาพรวม

Prototype ใช้ได้ แต่เพิ่มฟีเจอร์แล้วเริ่มกระทบของเดิม

ตอนของยังเล็กแก้ได้เร็ว พอมีหลายฟีเจอร์ ทุกการแก้เริ่มไปกระทบส่วนอื่นจนไม่มั่นใจว่าจะเดินหน้าต่ออย่างไร

Vibe Coding เร็ว แต่ Architecture เริ่มตามไม่ทัน

AI ช่วยสร้างแต่ละส่วนได้เร็ว แต่เมื่อระบบโตขึ้น ไม่มีภาพรวมว่าฟีเจอร์ ข้อมูล และบริการต่าง ๆ ควรเชื่อมกันอย่างไร

ข้อมูลหรือผู้ใช้เพิ่ม แล้วระบบเริ่มช้า

Prototype อาจทำงานดีตอนข้อมูลน้อย แต่เมื่อมีผู้ใช้และข้อมูลจริงเพิ่มขึ้น ความเร็วและความเสถียรเริ่มเป็นข้อจำกัด

ยังไม่มั่นใจว่า Production พร้อมแค่ไหน

ยังไม่มีคำตอบชัดเจนเรื่อง Deploy, Backup, Monitoring และแผนกู้ระบบเมื่อเกิดปัญหา

Security ยังเป็นรายการที่รู้ว่าต้องทำ แต่ไม่รู้ว่าเริ่มตรงไหน

เมื่อมีข้อมูลลูกค้าและผู้ใช้จริง เรื่องสิทธิ์เข้าถึง การเก็บความลับ และการป้องกันข้อมูลต้องถูกตรวจอย่างเป็นระบบ

Founder ยังต้องถือทุกเรื่องทางเทคนิคเอง

การตัดสินใจเรื่องโครงสร้าง ลำดับการแก้ และการขึ้น Production ยังอยู่ที่คุณคนเดียว ทั้งที่เวลาควรกลับไปอยู่กับธุรกิจ

รับของแบบไหนได้บ้าง

ไม่ว่าคุณสร้างมาด้วยอะไร เราดูให้ได้

ไม่ว่าจะ Vibe Coding ด้วย ChatGPT, Claude, Cursor, Lovable หรือเครื่องมืออื่น จุดเริ่มต้นคือ Prototype ที่คุณมีอยู่แล้ว

เว็บที่ให้ ChatGPT เขียนให้

สั่งเป็นข้อความแล้วก๊อปโค้ดไปวาง จนได้ของที่ใช้ได้จริง

โปรเจคจาก Cursor, Claude Code, Codex

โค้ดที่เขียนกับ AI แล้ว deploy ขึ้นไปแล้ว

แอปจาก Lovable, v0, Bolt

เว็บที่สร้างจากคำสั่ง ใช้ได้แต่เริ่มแก้ต่อไม่ไหว

เวิร์กโฟลว์จาก n8n หรือ Make

งานอัตโนมัติที่ต่อไว้เอง แล้วพังเงียบ ๆ โดยไม่มีใครรู้

Google Sheets ที่ผูกสคริปต์ไว้

ตารางที่กลายเป็นระบบของธุรกิจไปแล้วโดยไม่ตั้งใจ

ของที่เรียนมาจากคอร์สแล้วทำต่อเอง

ทำตามคอร์สจนจบ แล้วมาติดตอนเอาไปใช้กับงานจริง

คำถามที่เรามักตอบให้ตั้งแต่รอบแรก

  • Prototype นี้พร้อมขึ้น Production หรือยัง
  • Architecture ตอนนี้รองรับผู้ใช้และข้อมูลที่กำลังเพิ่มได้แค่ไหน
  • ก่อนเปิดให้ลูกค้าใช้ ต้องแก้ Security และ Deploy เรื่องใดก่อน
  • ควรวาง Roadmap อย่างไรให้เพิ่มฟีเจอร์ต่อโดยไม่ต้องรื้อทั้งหมด

ถ้าไม่แน่ใจว่าของคุณเข้าข่ายไหม ทักมาถามได้เลย ไม่ต้องเตรียมอะไรมาก่อน

AI CTO ทำอะไรให้

จาก Prototype สู่ Production และ Scale ในสามขั้น

เราเริ่มจากของที่คุณสร้างไว้แล้ว ตรวจสิ่งที่ต้องพร้อมสำหรับ Production และวางทางขยายระบบตามเป้าหมายธุรกิจ

1

ตรวจ Prototype และ Architecture

ดูสิ่งที่คุณสร้างไว้จริง ไล่โครงสร้าง โค้ด ข้อมูล และจุดเชื่อมต่อ เพื่อแยกว่าส่วนไหนใช้ต่อได้ ส่วนไหนเป็นความเสี่ยง และเพราะอะไร

2

วางทางขึ้น Production

จัดลำดับเรื่องที่ต้องทำก่อนเปิดหรือขยายการใช้งานจริง เช่น Security, Deploy, Backup, Monitoring และความเสถียร

3

ทำ Roadmap สำหรับ Scale

แปลงสิ่งที่พบเป็น Roadmap ตามลำดับความสำคัญ เพื่อให้เพิ่มผู้ใช้ ข้อมูล และฟีเจอร์ได้โดยไม่ต้องตัดสินใจจากการเดา

เห็นทั้ง Production Risk และ Scale Roadmap ในที่เดียว

ตัวอย่างประกอบคำอธิบาย ไม่ใช่งานของลูกค้าจริง

ข้อกังวลที่ได้ยินบ่อยที่สุด

ไม่รื้อของคุณทิ้ง และไม่ทำให้คุณคุมเองไม่ได้

สองเรื่องที่ทำให้คนไม่กล้าให้ใครมาดูของที่ทำเองคือกลัวโดนบอกว่าต้องเขียนใหม่หมด กับกลัวว่าพอมีคนอื่นแตะแล้วจะแก้เองต่อไม่ได้อีก นี่คือสิ่งที่เราออกแบบไว้ตอบสองข้อนั้น

ไม่รื้อของเดิมทิ้ง

การเขียนใหม่หมดคือคำตอบที่ง่ายที่สุดสำหรับคนรับงาน แต่แพงที่สุดสำหรับคุณ เราจะเสนอเขียนใหม่ก็ต่อเมื่ออธิบายได้ว่าทำไมแก้ของเดิมแล้วไม่คุ้ม

บอกเหตุผลทุกจุดที่แก้

คุณจะได้รู้ว่าที่เปลี่ยนไปแก้ปัญหาอะไร ไม่ใช่รับของกลับมาแล้วใช้ได้โดยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะรอบหน้าคุณจะได้ตัดสินใจเองได้

โค้ดและระบบเป็นของคุณทั้งหมด

อยู่ในบัญชีของคุณ ใช้เครื่องมือของคุณ ถ้าวันหนึ่งจะเปลี่ยนไปใช้ทีมอื่นหรือทำเองต่อ ก็ทำได้เลยโดยไม่ต้องขออะไรจากเรา

เริ่มจากตรวจอย่างเดียวก่อนก็ได้

ยังไม่ต้องจ้างแก้ก็ได้ เอารายการว่าต้องแก้อะไรบ้างเรียงตามความเสี่ยงไปทำเองก่อนก็ได้ ถ้าคุณทำไหว

สอนให้คุณแก้เองต่อได้

เป้าหมายคือให้คุณพึ่งเราน้อยลง ไม่ใช่มากขึ้น เพราะคุณสร้างของขึ้นมาเองได้อยู่แล้ว สิ่งที่ขาดคือคนบอกว่าอะไรสำคัญก่อนหลัง

สิ่งที่เราเห็นระหว่างทางเป็นความลับ

โค้ด ข้อมูล และไอเดียธุรกิจของคุณอยู่ภายใต้ข้อตกลงรักษาความลับ และจัดการข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ต้นทุนของการยังไม่ทำอะไร

ยิ่งเดินจาก Prototype ต่อโดยไม่มี Roadmap ต้นทุนยิ่งสะสม

ลองตอบสี่ข้อนี้ก่อนเพิ่มฟีเจอร์หรือเปิดให้ผู้ใช้กลุ่มถัดไป

เดือนที่แล้วเสียเวลาไปกี่ชั่วโมงกับการไล่แก้บัคเดิม ๆ

เวลาที่หมดไปกับการซ่อม คือเวลาที่ไม่ได้เอาไปเพิ่มของที่ลูกค้าอยากได้

มีฟีเจอร์ที่อยากเพิ่มแต่ไม่กล้าแตะกี่อย่างแล้ว

ทุกอย่างที่ค้างไว้เพราะกลัวพัง คือของที่ธุรกิจควรได้ใช้ไปนานแล้ว

ถ้าข้อมูลทั้งหมดหายพรุ่งนี้ คุณเอากลับมาได้ไหม

ถ้าตอบไม่ได้ทันที แปลว่าคำตอบคือไม่ได้ และมันจะจริงในวันที่สายไปแล้ว

ถ้าคุณป่วยหนึ่งสัปดาห์ ใครแก้ระบบนี้ได้บ้าง

ถ้าคำตอบคือไม่มีใคร แปลว่าตอนนี้ธุรกิจฝากไว้กับคนคนเดียวและแชทที่คุยกับ AI

คุยฟรี 30 นาที เพื่อดูว่า Prototype ของคุณต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนขึ้น Production และ Scale

เริ่มต้นอย่างไร

เริ่มจาก Architecture Review ก่อนตัดสินใจทำต่อ

รอบแรกยังไม่ต้องเปิดโค้ด เล่าว่า Prototype ทำอะไร ใช้เครื่องมือไหน และเป้าหมาย Production หรือ Scale คืออะไร ก็เริ่มประเมินได้

ขั้นที่ 1

คุยเป้าหมาย Production และ Scale 30 นาที

ไม่มีค่าใช้จ่าย

เล่าว่า Prototype ทำอะไร ตอนนี้อยู่ขั้นไหน และต้องการรองรับผู้ใช้หรือข้อมูลเพิ่มเท่าไร ยังไม่ต้องให้ดูโค้ดก็ได้ ถ้าประเมินแล้วคุณทำเองต่อไหว เราจะบอกตรง ๆ

ขั้นที่ 2

ตรวจ Architecture และ Production Readiness

มีค่าใช้จ่าย

เปิดดูของจริง แล้วแยกว่าส่วนไหนพร้อมใช้ ส่วนไหนต้องแก้ก่อน Production และส่วนไหนต้องเตรียมไว้สำหรับ Scale

ขั้นที่ 3

เดินตาม Production และ Scale Roadmap

แยกการตัดสินใจ

เริ่มจากเรื่องที่จำเป็นต่อ Production ก่อน แล้วค่อยทำเรื่อง Scale ตามผู้ใช้ ข้อมูล และฟีเจอร์ที่ธุรกิจต้องการจริง

คุณจะได้อะไรจากขั้นที่ 2

สิ่งที่ได้
Architecture Review พร้อมรายการ Production Risk และ Scale Roadmap ที่เรียงตามความสำคัญ
รูปแบบ
เอกสารสรุปหนึ่งชุด พร้อมนัดคุยเพื่อไล่เหตุผลและลำดับการทำทีละข้อ
ใช้เวลา
1–2 สัปดาห์
ทำเองต่อได้ไหม
ได้ เอารายการไปแก้เองก็ได้ โค้ดและระบบเป็นของคุณทั้งหมด

คุณจะรู้กรอบงบตั้งแต่จบการคุยครั้งแรก ก่อนตัดสินใจอะไรทั้งสิ้น และแต่ละขั้นแยกจ่ายแยกตัดสินใจ ไม่ต้องเหมาทั้งก้อน

ใครอยู่เบื้องหลัง

ทีมที่ส่งของขึ้นใช้จริงมาตั้งแต่ปี 2018 ไม่ใช่แค่ทำให้ดูได้

I GEAR GEEK เป็นบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ส่งมอบงานให้ธุรกิจไทยมาแล้วกว่า 150 โปรเจค งานที่เราทำคือระบบที่มีคนใช้จริงทุกวัน และต้องไม่ล่ม

2018

ปีที่ก่อตั้งบริษัท

150+

โปรเจคที่ส่งมอบจริง

30 นาที

เวลาคุยโจทย์ Production และ Scale รอบแรก

2,000+

ผู้ใช้งานสูงสุดที่ระบบเรารองรับ

ระบบที่เปิดให้คนใช้งานพร้อมกันจำนวนมาก ธุรกิจที่ให้ลูกค้าใช้ระบบเอง ออกแบบให้รับโหลดจริงและกู้คืนได้เมื่อมีปัญหา
งานดูแลระบบต่อเนื่องหลังส่งมอบ ลูกค้าที่ใช้ระบบเดิมมาหลายปี มีคนรับผิดชอบเมื่อระบบมีปัญหา ไม่ใช่หายไปหลังส่งงาน
ระบบที่เชื่อมกับระบบภายนอกหลายตัว ธุรกิจที่ใช้หลายระบบพร้อมกัน จัดการกรณีที่ปลายทางล่มหรือส่งข้อมูลผิดรูปแบบ
งานย้ายระบบเดิมขึ้นคลาวด์ ธุรกิจที่ระบบเริ่มรับไม่ไหว ย้ายโดยไม่หยุดให้บริการและย้อนกลับได้ถ้าไม่สำเร็จ

เราไม่เปิดเผยชื่อลูกค้าและรายละเอียดโปรเจคตามข้อตกลงรักษาความลับ รายการข้างต้นจึงระบุเป็นประเภทงานและกลุ่มธุรกิจแทน

เราเลือกทำกับกลุ่มแรกแบบใกล้ชิด

เราพาระบบขึ้นใช้จริงและดูแลต่อมาแล้วหลายงาน แต่การรับของที่ลูกค้าสร้างเองด้วย AI มาทำต่อเป็นเรื่องใหม่สำหรับเราเหมือนกัน เพราะเป็นวิธีสร้างของที่เพิ่งเกิดขึ้น เราจึงตั้งใจทำกับกลุ่มแรกแบบใกล้ชิด และยังไม่มีกรณีศึกษาให้ดู เราเลือกบอกตามตรงมากกว่าจะอ้างประสบการณ์ที่ยังไม่มี

คุยกับ AI CTO ฟรี 30 นาที

เล่าให้เราฟังว่า Prototype อยู่ขั้นไหน และเป้าหมาย Production หรือ Scale คืออะไร เราจะช่วยชี้ว่าควรตรวจเรื่องใดก่อน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีข้อผูกมัด

กรอกข้อมูลสั้น ๆ แล้วเราจะติดต่อกลับเพื่อนัดเวลาที่สะดวก ยังไม่ต้องส่งโค้ดหรือเปิดสิทธิ์ใด ๆ ให้ตอนนี้

กรุณากรอกข้อมูลนี้ให้ถูกต้อง
กรุณากรอกข้อมูลนี้ให้ถูกต้อง
กรุณากรอกข้อมูลนี้ให้ถูกต้อง
กรุณากรอกข้อมูลนี้ให้ถูกต้อง

ข้อมูลนี้ใช้เพื่อติดต่อกลับและเตรียมการพูดคุยเท่านั้น

คำถามที่มักเจอก่อนเริ่ม

รวมคำถามที่คนสร้างของเองถามบ่อยที่สุด เรื่องต้องรื้อเขียนใหม่ไหม ต่างจากจ้างฟรีแลนซ์ยังไง และถ้าไม่อยากให้ใครเห็นโค้ด

ทำไมไม่ให้ AI ช่วยแก้เองต่อ

ลองแล้วใช่ไหมครับ นั่นแหละคือสิ่งที่พาคุณมาถึงตรงนี้ AI เขียนโค้ดทีละส่วนได้ดีมาก แต่มันไม่ได้ถือภาพรวมของทั้งก้อนไว้ว่าส่วนไหนต่อกับส่วนไหน พอสั่งให้แก้จุดหนึ่ง มันจึงเขียนทับของเดิมโดยไม่รู้ว่าตรงนั้นมีคนใช้อยู่ ยิ่งแก้ยิ่งพันกัน สิ่งที่เราเพิ่มเข้าไปไม่ใช่การเขียนโค้ดเก่งกว่า AI แต่เป็นคนที่ถือภาพรวมทั้งก้อนไว้ แล้วบอกได้ว่าแก้ตรงนี้แล้วจะกระทบอะไรบ้าง

ผมไม่ใช่โปรแกรมเมอร์ ของที่ทำมาเองมันใช้ได้จริงไหม

ส่วนใหญ่ใช้ได้ครับ และมักดีกว่าที่เจ้าตัวคิด เพราะคุณทำส่วนที่ยากที่สุดไปแล้วคือรู้ว่าธุรกิจต้องการอะไร สิ่งที่มักขาดไม่ใช่ความสามารถในการเขียน แต่เป็นเรื่องที่ไม่มีใครบอกว่าต้องทำ เช่นจะรู้ได้ยังไงว่าระบบล่ม จะกู้ข้อมูลคืนยังไง และใครควรเห็นข้อมูลอะไรได้บ้าง

ต้องรื้อเขียนใหม่หมดไหม

ไม่ใช่ค่าเริ่มต้นของเราครับ การเขียนใหม่หมดเป็นคำตอบที่ง่ายที่สุดสำหรับคนรับงาน แต่แพงที่สุดสำหรับคุณและทิ้งของที่ใช้ได้อยู่แล้ว เราจะเสนอเขียนใหม่ก็ต่อเมื่ออธิบายเป็นข้อ ๆ ได้ว่าทำไมแก้ของเดิมแล้วไม่คุ้ม และคุณเป็นคนเคาะ

ต่างจากจ้างฟรีแลนซ์มาแก้ยังไง

ต่างตรงที่เราไม่ได้รับโจทย์ที่คุณเขียนมาแล้วทำตามอย่างเดียว รอบแรกเราจะบอกด้วยว่าอะไรควรแก้ก่อนหลัง เพราะปัญหาของงานลักษณะนี้คือคนสร้างมักไม่รู้ว่าตัวเองไม่รู้อะไร และเราไม่ได้หายไปหลังส่งงาน ถ้ายังอยากให้ช่วยดูต่อ

ราคาเท่าไหร่

ขึ้นกับขนาดของสิ่งที่จะเปิดใช้ ว่าให้คนกี่คนใช้และมีกี่ส่วนที่ต้องดูแล ถ้าประกาศเป็นราคาเดียว คนที่ของเล็กก็จะจ่ายแทนคนที่ของใหญ่ คุณจะรู้กรอบงบตั้งแต่จบการคุยครั้งแรก ก่อนตัดสินใจอะไรทั้งสิ้น และถ้าประเมินแล้วคุณทำเองต่อได้ เราจะบอกตรง ๆ

ผมยังอยากแก้เองต่อได้ จะทำได้ไหม

ได้และเป็นเป้าหมายด้วยครับ เราไม่ได้ต้องการให้คุณพึ่งเรามากขึ้น เพราะคุณสร้างของขึ้นมาเองได้อยู่แล้ว สิ่งที่ขาดคือคนช่วยบอกว่าอะไรสำคัญก่อนหลัง เราจึงส่งคืนพร้อมเหตุผลที่แก้แต่ละจุด ไม่ใช่ส่งของกลับมาเฉย ๆ

ต้องให้ดูโค้ดเลยเหรอ ไม่อยากให้ใครเห็น

รอบแรก 30 นาทีไม่ต้องให้ดูโค้ดก็ได้ครับ เล่าว่าทำอะไรมา ติดตรงไหน และจะเปิดให้ใครใช้ ก็พอประเมินได้ระดับหนึ่งแล้ว ถ้าจะให้ดูของจริงค่อยทำข้อตกลงรักษาความลับก่อน

ใช้เวลานานไหม

ขึ้นกับว่าเรื่องไหนเสี่ยงที่สุด แต่เราไม่ได้ทำครบทุกเรื่องพร้อมกัน เราเรียงตามความเสี่ยงแล้วอุดทีละจุด ให้คุณเปิดใช้ได้เร็วที่สุดเท่าที่ปลอดภัย ไม่ใช่รอจนสมบูรณ์แบบแล้วค่อยเปิด

พา Prototype จาก Vibe Coding ไปสู่ Production ที่พร้อม Scale

คุยกับ AI CTO ฟรี 30 นาที เพื่อดู Architecture, Production Risk และทางเดินต่อที่เหมาะกับเป้าหมายธุรกิจ ถ้าประเมินแล้วคุณทำเองต่อไหว เราจะบอกตรง ๆ

คุยกับ AI CTO ฟรี 30 นาที
คุยกับ AI CTO ฟรี 30 นาที